Password
Username
logo
ประเพณีไทยโล้ชิงช้า
ประเพณีไทยโล้ชิงช้า

ประเพณีไทยโล้ชิงช้า

ประเพณีไทย โล้ชิงช้า

เล่ากัน สืบเนื่องมาแต่ครั้งกระนู้นว่า กรุงเทพฯ เมื่อสมัยสร้างใหม่ๆตรงบริเวณเสาชิงช้าเดี๋ยวนี้ยังเป็นป่าสะแกกรังที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลป่าที่ว่านี้ คงเป็นป่าที่ว่านี้ คงเป็นป่ารกร้างเฉยๆ น่าจะไม่มีสัตวจตุบาทที่ดุร้ายซุกซ่อนอยู่ เพราะนัยว่าแถวนั้นมีตลาดใหญ่ของกรุงเทพฯอยู่ตลาดหนึ่ง เมื่อเปิดกรุงใหม่ๆนั้นเสาแดงๆ ๒ ต้น สูงลิบลิ่วที่ยืนตะหง่านคู่กันอยู่ที่หน้าวัดสุทัศน์เดี๋ยวนี้คือเสาชิงช้านั้นยังไม่มี ที่เริ่มจะ
      เมื่อเริ่มพิธีประเพณีไทยโล้ชิงช้าหรือพระราชพิธีตรียัมปวายนั้น จะเริ่มต้นด้วยพิธีอัญเชิญเทวรูปพระนารายณ์ซึ่งประดิษฐานบนพานทองมาประดิษฐานที่โบสถ์พราหมณ์ ซึ่งมีพระราชครูเป็นประมุขของปวงพราหมณ์คอยรับเสด็จอยู่ ณ ที่นั้นในท่ามกลางเสียงแตรสังข์ฆ้องกลองประโคมอยู่อึงมี่และติดตามด้วยประเพณีไทยพิธีเวียนเทียนสมโภช เทวรูปพระนารายณ์จะสถิตย์อยู่ ณ.โบสถ์พราหมณ์จนกระทั่งเสร็จการพระราชพิธีแล้ว จึงอัญเชิญกลับ
การแห่แหนเนื่องในพิธีโล้ชิงช้านี้ ได้มีการปรับปรุงให้มโหฬารขึ้นตามกาลสมัยที่ล่วงมาจนถึงปลายสมัยราชาธิปไตย คือในสมัยรัชกาลที่ ๗ พิธีการแห่แหนได้กระทำกันเป็นการใหญ่โตยิ่งขึ้น พระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแต่งตั้งพระยายืนชิงช้าสับเปลี่ยนเวียนเวรกันไปปีละคน ทั้งนี้ทรงดัดเลือกจากขุนนางชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายทหารบ้าง และพลเรือนบ้างที่อยู่ในชั้นเจ้าพระยาและพระยาที่ได้รับพระราชทานพานทอง เครื่องแต่งตัวของพระยาผู้ยืนชิงช้านั้น นุ่งผ้าเยียระบับและสวมเสื้อเยียระบับ คลุมทับด้วยเสื้อครุยเมื่อจะเข้าพิธีจะต้องไปกราบถวายบังคมลาพระเจ้าอยู่หัวเสียชั่วขณะ ในฐานะที่จะต้องเปลี่ยนฐานะจากขุนนางของพระองค์ไปเป็น พระอิศวรผู้เสด็จลงมาเยี่ยมโลก โดยมีขบวนแห่แหนใหญ่โตนับเป็นพันๆคน ทั้งทหารและพลเรือนเข้าขบวนตั้งแต่ ๒ พันถึง ๔ พันคนเป็นอย่างน้อย แห่ห้อมล้อมเป็นขบวนใหญ่ ตั้งต้นแต่วัดเลียบไปตามถนนโดยรอบกำแพงเมือง แล้วเลี้ยวเข้าถนนบำรุงเมือง มุ่งมาสู่บริเวณปริมณฑลแห่งพระราชพิธี ประเพณีไทย แล้วพิธีการโล้ชิงช้าก็เริ่มขิ่มขึ้น โดยพนักงานโล้ที่เรียกว่า พวกนาลีวัน การโล้แต่ละครั้งใช้ ๔ คนโล้ ในขณะที่เขาเหล่านั้นจะต้องพนมมือไปด้วยและโล้ไปด้วย บรรยากาศตอนี้เป็นบรรยากาศที่แสดงถึงความสามารถ และแสดงความตื่นเต้นระทึกใจ เมื่อมีการฉวยเอารางวัลที่แขวนอยู่เบื้องบนด้วย
นอกจากพิธีของพราหมณ์ในการโล้ชิงช้าถวายความปิติยินดีต่อองค์พระอิศวรเจ้าแล้ว ในเทวสถานหรือที่โบสถ์พราหมณ์ยังมีประเพณีไทยพิธีกระดานลงหลุม เรียกตามศัพท์พราหมณ์ว่า พิธีเชิญกระดานลงหลุม แผ่นหนึ่งที่นำลงหลุมทำเป็นรูปพระอาทิตย์  พระจันทร์ อีกแผ่นหนึ่งเป็นรูปพระธรณี และอีกแผ่นหนึ่งเป็นรูปพระคงคา ที่ทำดังนี้หมายถึงปวงเทพยดาบนสรวงสวรรค์ได้พากันเสด็จมาชุมนุมต้อนรับพระอิศวรอยู่ด้วย ประเพณีไทยพิธีนำกระดานลงหลุมของพราหมณ์ได้กลายเป็นคำกล่าวที่ติดปากติดคำของคนในสมัยบุร่ำบุราณว่า ชีพ่อพราหมณ์เอากระดานลงหลุมแล้ว จะหนาวใหญ่เตรียมซื้อผ้าผ่อนท่อนสะไบกันหนาวกันเถอะ แต่อันที่จริงแล้ว ประเพณีไทยพิธีเอากระดานลงหลุมของพราหมณ์ ไม่เกี่ยวกับฤดูหนาวหรือแสดงว่าความหนาวจะมาเยี่ยมกรายโลกมนุษย์แต่อย่างไร เป็นการประจวบเหมาะเท่านั้นเอง คือพิธีนี้ โดยปรกติกระทำขึ้นในเดือนธันวาคมซึ่งเป็นเขตของฤดูในเมืองไทยเปลี่ยนจากฝนมาหนาวต่างหาก

ท่องเที่ยว:สถานที่ท่องเที่ยวไทย มหัศจรรย์ด้ามขวานทอง ศิลป์แผ่นดิน ใต้ฟ้าพระบารมี


ผู้ประกาศ
สถานที่
กรุงเทพมหานคร
ความประทับใจ
วันลงประกาศ
17 พ.ย. 2556
(N) Latitude
13.72342
(E) Longitude
100.47623


ตามประวัติในหนังสือการละเล่นของไทยของ อาจารย์ มนตรี ตราโมท กล่าวว่า ม.ร.ว. เถาะ พยัคฆเสนา ในสมัยรัชกาลที่ ๕
เมื่อชาวไทยเราเห็นเป็นการเล่นที่สนุกและเล่นได้ง่าย ก็เลยนิยมเล่นกันแพร่หลายไปแทบทุกหัวบ้านหัวเมือง สืบมาจนเป็นประเพณีไทย เท่าทุกวันนี้
ประเพณีไทยชักพระ หรือภาษาถิ่นภาคใต้ว่า ลากพระ นิยมทำกันในวันแรมค่ำหนึ่ง เดือน ๑๑ คือวันออกพรรษา
ขนมประเพณีไทยทุกชนิดที่คิดทำขึ้น ล้วนมีความหมายเกี่ยวเนื่องกับประโยชน์ใช้สอยในชีวิต
ในวันคลอด พ่อเด็กจะฆ่าไก่เซ่นผีจากนั้นจะนำไก่มาต้มกับสมุนไพรให้แม่กิน แต่ชาวม้งจะไม่กินเครื่องในไก่ ปีกไก่ หัวไก่ ถือกันตามประเพณีไทย
งานเทศกาลอาหารที่น่าสนใจของที่นี่ คือ งานม่อฮ่อมล้อมสะโตก และประเพณีไทยสงกรานต์จังหวัดแพร่
ผีที่ล่วงลับไปจะให้ภัยต่างๆ ของที่ทำในพิธีสารทนี้เรียกว่า กระยาสารท ซึ่งแปลว่า อาหารที่ทำในฤดูสารท
กลับครัวเรือนไทย ตำลึงเข้าไปอยู่ในจานอาหารพื้นบ้านหลายชนิด
ส่วนผลกระทกรก หรือ เสาวรส ได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรคลายเครียดตัวจริง
Please signin or signup

 


            ประเพณีไทย คนไทยเราที่รักชาติ รักแผ่นดิน รักมรดกของบรรพบุรุษที่สร้างมาด้วยเลือดเนื้อ 

            ประเพณีไทย ล้วนเป็นของประมาณค่าทางจิตใจอย่างประมาณค่ามิได้